เว็บไซต์ประจำหมวดหมู่ ท่องเที่ยว
อียู แจกแจงยินดีที่ประเทศพม่าสังคายนากฎหมาย
ประธาน อียู แจงขอให้ ประเทศพม่า รุดหน้าการปรับปรุงต่อไปและรับปาก อียู จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร หากรัฐบาลประเทศพม่าทำได้ตามที่อียู หวัง นาย แฮร์มาน ฟาน รอมเปย ประธาน อียู แจงหลังการประชุมสุดยอดอียูที่ กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมว่า สมาชิกอียู ยินดีที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นในประเทศพม่าและขอให้รัฐบาลประเทศพม่ารักษาความวิริยะที่จะรุดหน้าสังคายนาต่อไป ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เปิดช่องให้แก่การพัฒนาสัมพันธภาพ ระหว่าง อียูกับประเทศพม่า โดยหวังว่า ประเทศพม่า จะมีความก้าวหน้าต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปล่อยตัวตัวประกันการเมืองเพิ่มเติม การจัดเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมและการเลิกการขัดกันกับชนหมู่น้อย อียู จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรประเทศพม่าต่อไป หากประเทศพม่าทำได้ตามที่ อียู หวังก่อนหน้านี้ อียูเห็นพ้องกันเมื่อเดือนมกราคมว่า จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรประเทศพม่าเพื่อส่งเสริมการปรับปรุง จะยกเลิกการปิดกั้นผู้นำประเทศพม่าเดินทางเข้าอียู และจะผ่อนคลายต่อไปอีกขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงในประเทศพม่า
เมียนมาร์โหมแรงสร้างพนังป้องกันทางฝั่งน้ำริมน้ำเมย
พม่า ระดมสร้างพนังปกป้องริมแม่น้ำเมย ก่อนเข้าหน้าฝน หวั่นกัดเซาะแนวตลิ่ง จังหวัดเมียวดี ปกป้องกระแสน้ำเปลี่ยนร่องตัดแคว้น
ทางการจังหวัดเมียวดี พม่า ได้ระดมดำเนินแผนสร้างพนังอิฐ -หินขนาดใหญ่ เรียงและยาแนวด้วยคอนกรีต เพื่อป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเมย บริเวณด้านตรงข้าม ท่าพุทรา โดยให้กรรมกรเร่งทำงานเพื่อให้สำเร็จก่อนที่จะเข้าสู่หน้าฝนที่จะมีน้ำไหลหลาก จึงสร้างพนังอิฐหินใหญ่ป้องกันตลิ่ง จังหวัดเมียวดี และแถบชานเมืองทั้งหมด เป็นระยะทางกว่า 10 ก.ม. รักษาแนวฝั่งไม่ให้ถูกน้ำกัดเซาะเหตุเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นที่เศรษฐกิจ – กิจการ ที่ซื้อขายของเมียนมาร์ที่สำคัญ ซึ่งรัฐบาลเมียนมาร์ ได้ให้งบกับเมืองเมียวดีจำนวนหลายสิบล้านบาท ในการดำเนินแผน รายงานข่าวสารแจ้งว่า แผนสร้างพนังป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเมย นั้น เคยมีเรื่องที่ฝ่ายไทยและเมียนมาร์ทำหนังสือบันทึกช่วยจำค้านกันบ่อยครั้ง แต่ภายหลัง ต่างฝ่ายต่างก็ก่อสร้าง และกำหนดแนวตลิ่งโดยยึดตลิ่งของประเทศตัวเอง โดยใน สมัยเก่านั้น แนวตลิ่งริมแม่น้ำเมยของทั้ง ๒ ฝั่ง เคยถูกแม่น้ำกัดเซาะ กระแสน้ำเปลี่ยนร่องน้ำแผ่นดินถูกตัดขาด ทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องที่ดินมาแล้ว การก่อสร้างพนังคอนกรีตจึงเป็นรูปแบบหนึ่งที่ลดปัญหากระแสน้ำเปลี่ยนร่องน้ำและตัดดินแดนได้
ชาวรัสเซียวิ่งแจ้งเหตุตำรวจหลังถูกทัวร์ลอยแพ
นักเที่ยวชาวรัสเซีย ที่จ่ายค่าแพ็กเกจการเดินทาง มาท่องเที่ยวเมืองพัทยา เข้าแจ้งเหตุ หลังโดนบริษัททัวร์ปล่อยเกาะ ขณะที่โรงแรมที่พักเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
พนักงาน โรงแรม ทาวน์อินทาวน์ จ.ชลบุรี พร้อมกลุ่มนักเที่ยวชาวรัสเซีย กว่า ๒๐ คน เดินทางเข้าแจ้งเหตุกับ เจ้าหน้าที่สอบสวน สถานีตำรวจภูธร บางละมุง เพื่อให้ฟ้องร้องคดีกับบริษัท ลันตาทัวร์-ไทย หลังปล่อยปล่อยเกาะกลุ่มนักเที่ยวชาวรัสเซียกว่า 100 คน ที่จ่ายค่าแพ็กเกจการเดินทาง จากทางบริษัทต้นสังกัดในกรุงมอสโก รัสเซีย โดยเข้าพักที่โรงแรมทาวน์อินทาวน์ และโรงแรม แอมบาสเดอร์ จอมเทียน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2554 จนถึงปัจจุบัน แต่เมื่อครบกำหนดเดินทางกลับ ทางโรงแรมได้แจ้งยอดสุทธิรายจ่าย จำนวน ๑.๒ ล้านบาท ไปยังบริษัท แต่กลับโดนปฏิเสธ โดยอ้างว่า บริษัท ลันตาทัวร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่รัสเซีย นั้นล้มละลาย ไม่สามารถจ่ายค่าที่พักให้กับโรงแรมทั้ง ๒ แห่งได้ รวมทั้งไม่รับผิดชอบพาลูกทัวร์เดินทางกลับประเทศ พนักงานจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะเรียกบริษัททัวร์ดังกล่าวมาให้ปากคำต่อไป
ผู้ค้าไม่เห็นด้วยทัวร์เกาหลี หากรบ.จะเพิ่มราคาไข่ไก่
ผู้ขายไข่ไก่ บอก ทัวร์เกาหลี การซื้อไข่ไก่ของ ราษฎร ปรับเพิ่ม หลัง มูลค่า ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงน้ำท่วม ไม่เห็นด้วยหากทัวร์เกาหลี รบ.เพิ่มราคาไข่ไก่ในช่วงนี้ จากการตรวจตรามูลค่าไข่ไก่ในแถวตลาดฝั่งธนบุรี พบว่า มูลค่าไข่ไก่ยังคงทรงตัวจากอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยไข่ไก่เบอร์ ๐ ขายอยู่ที่มูลค่าฟองละ ๓ บาท เบอร์ 1 ฟองละ 2.80 บาท เบอร์ ๒ ฟองละ 2.60 บาท และเบอร์ ๓ อยู่ที่ 2.50 บาท ซึ่งจากการติดต่อสอบถามคนขายของในท้องตลาดพบว่า ในช่วงนี้ถือได้ว่ายอดจำหน่ายไข่ไก่ดีขึ้นด้วยเหตุว่าทัวร์เกาหลีมีมูลค่าถูกลงกว่าช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา รวมไปถึงมีจำนวนและความต้องการพอเพียงกัน แต่ทั้งนี้ไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลจะมีการปรับเพิ่มราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มสูงขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ต้องมีการปรับขึ้นมูลค่าขายปลีก แต่ในตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการปรับเพิ่มมูลค่าคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับขึ้นมูลค่านั้น จะปรับทัวร์เกาหลีขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด
จีนนิยมสินค้าเกษตรออแกนิกส์ของไทย
กรมส่งเสริมการส่งออก เผย ประเทศจีนหันมาให้ความสนใจความปลอดภัยมากขึ้น โดยหันมาสนใจผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์
นาง นันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกพณ กล่าว ว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในตปท. ณ เมือง ซีอานประเทศจีนว่าในปัจจุบันประเทศจีน นิยมสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ มากขึ้น ด้วยเหตุว่าประเทศจีน ประสบ ปัญหาความไม่ปลอดภัยในสินค้าที่จัดจำหน่ายและทานในประเทศ ทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่มีรายได้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์สำหรับผู้เยาว์ มีการใช้ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ในประเทศจีนมีมูลค่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์ปกติถึง ๑๐ เท่า ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการค้าไทย ที่จะส่งออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไปประเทศจีนแต่จะต้องมีการศึกษาระเบียบการนำเข้าให้แน่ชัด ซึ่งจะต้องผ่านการการันตีมาตรฐานผลิตภัณฑ์ จากหน่วยงานตรวจสอบ และมีการการันตีของประเทศจีน ซึ่งล่าสุดมีอยู่ 26 ราย สำนักงานตั้งอยู่ในประเทศจีนทั้งหมด